กรี๊ดสนั่น รับนายกฯลุงตู่ นั่งรถทะเบียนเลข 8 สี่ตัว เยือนกาญจน์

นายกฯตู่นั่งรถทะเบียน 8888 เยือนเมืองกาญจน์นักเรียนตั้งแถวรับกรี๊ดสนั่น กราบศาลหลักเมือง ก่อนไปดูโรงงานกระดาษ ล่องเรือ ชมแม่น้ำแคว “เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์” กวีรัตนโกสินทร์ มอบหนังสือ “เขียนแผ่นดิน”

เวลา 09.30 น. วันที่ 7 พ.ย. 61 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายก พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รวม.คมนาคม นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม เดินทางโดย ฮ.ถึงกาญจนบุรี โดยมี โดยมีนายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผวจ.กาญจนบุรี พลเอกองอาจ พงษ์ศักดิ์ สนช. พลตรีฐกัด หลอดศิริ ผบ.พล.ร.9 พลตรีวสุ เจียมสุข ผบ.มทบ.17 พล.ต.ต.ธนา ชูวงศ์ รรก.ผบช.ภ.7 พ.ต.อ.สุวิทย์ ชาวศรีทอง รรก.ผบก.ตร.ภ.จว.กาญจนบุรี นายรังสรรค์ รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ นายก อบจ.กาญจนบุรี รอต้อนรับ

ต่อจากนั้น นายกฯนั่งรถยนต์ตู้ สีดำ ทะเบียน กน 8888 กาญจนบุรี เดินทางที่ถนนหลักเมือง ต.บ้านเหนือ เข้าสักการะศาลหลักเมืองกาญจนบุรี และถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ที่ ถนนหลักเมือง โดยมีบรรดานักเรียนจากโรงเรียนเทศบาล 5 (กระดาษไทยอนุเคราะห์) และโรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ ที่ต่างตะโกนส่งเสียงกรี๊ดต้อนรับ พร้อมร่วมรำผ้าขาวม้า 100 ผืนกับตัวแทนผู้สูงอายุ และร่วมร้องเพลง “ความฝันอันสูงสุด” กับเหล่านักเรียน



นายกฯ กล่าวกับชาวบ้านที่มาต้อนรับว่า ตนรู้ความตั้งใจของทุกคน ขอขอบคุณพี่ป้าน้าอาที่มาพบกันวันนี้ ยังไงลุงก็รักทุกคน สิ่งที่ลุงทำวันนี้เพื่อคนเหล่านี้ ขอคนปัจจุบันทำเพื่อลูกหลานของเรา หลายอย่างต้องแก้ไขและทำต่อ ซึ่งรัฐบาลต้องสานอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญ ขอให้ทุกคนตั้งใจเรียน ต้องหาให้เจอว่าชอบอะไร ลุงสัญญาว่าจะทำให้เต็มที่ และสิ่งที่วางไว้คือ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่เปลี่ยนแปลงได้ หากมีอะไรเกิดขึ้น แต่ถ้าเรารู้ล่วงหน้า เราก็จะรู้อนาคต แต่ถ้าไม่รู้ล่วงหน้าอย่างที่ผ่านมาก็จะมีปัญหาไม่เกิดความต่อเนื่อง วันนี้มารับฟังปัญหาและอุปสรรคและโครงการต่างๆ ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดได้รับเรื่องมาทางจากท้องถิ่นและส่วนภูมิภาค อะไรที่รัฐบาลทำได้ก็จะทำให้ แต่ขอให้เข้าใจว่าการพูดของรัฐบาลต้องพูดอยู่ในกรอบของกฎหมายและระเบียบต่างๆ ถ้าทุกคนอยู่ในกรอบ ไม่ละเมิดสิทธิ์ซึ่งกันและกันก็จะไปได้หมด และขอให้กำลังใจท้องถิ่น ภูมิภาค เราจะต้องทำให้ศักยภาพของเมืองกาญจนบุรีเพิ่มขึ้นจากอันดับที่ 30 ของจีดีพี ทั้งนี้ขออย่าทิ้งคนรุ่นเก่า ซึ่งระหว่างพูด นายกฯ ได้ชี้ไปที่ตนเองพร้อมกล่าวว่า เนี่ยคนรุ่นเก่าผู้สูงวัย และชี้กลับไปที่นักเรียน นี่นักเรียนรุ่นใหม่

พลเอกประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ขอบคุณในกำลังใจ เรามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมายทั้งศาลหลักเมือง ผมมากราบอนุสาวรีย์ขอให้ปกปักรักษาชาวกาญจนบุรี ขอให้บ้านเมืองสงบสุข เราเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตย ต้องทำใหม่ให้ดี ศึกษาให้ดี สำหรับตัวผมเอง เชื่อว่าอยู่ที่พวกเราจะคุ้มครองผมได้แค่ไหน ผมไม่กลัวใครทั้งสิ้น ขอให้รวมใจเป็นหนึ่ง และงบประมาณที่ลงมาในกลุ่มจังหวัดขอให้ใช้ให้เกิดประโยชน์ ให้เกิดความโปร่งใส อย่าให้มีทุจริต เสียดายงบประมาณ เสียดายเวลา

จากนั้นนายกฯ ได้นั่งรถรางเพื่อเยี่ยมชมกำแพงเมืองเก่าไปยังโรงงานกระดาษ โดยกลุ่มนักเรียนและข้าราชการที่มาต้อนรับได้ตะโกนส่งเสียงเชียร์ว่า “ลุงตู่สู้ๆ” ซึ่งนายกฯ ได้รับฟังเพลง “สู้เพื่อแผ่นดิน” และกล่าวว่า “หาให้เจอนะ อะไรคือความดี อะไรไม่ดีไม่ต้องไปจำ นี่แหละคือพลังสร้างชาติ หลายคนหลายยุคหลายวัยร่วมมือกันพัฒนาบ้านเมือง มองทุกอย่างด้วยใจ อย่ามองด้วยตา มองด้วยใจที่บริสุทธิ์” โดยนายกฯวางอิฐเก่าบนกำแพง เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการฟื้นฟูและการอนุรักษ์เมืองเก่า พร้อมกล่าวว่า “นายกฯ มาในฐานะรัฐบาล มาเพื่อดูแลประชาชน การก่อสร้างของใหม่ไม่จำเป็นต้องทิ้งของเก่า รัฐบาลนี้เข้ามาก็มองว่ารื้อนี่รื้อนั่น แต่ไม่ใช่ว่าจะรื้อรัฐธรรมนูญ แต่ถ้ามันจำเป็นต้องทำก็ต้องทำ รัฐบาลทำเพื่อทุกคนใน 20 ปีข้างหน้า โดยต้องเดินตามแผนเพื่อให้เท่าเทียมในทุกจังหวัด”

ต่อจากนั้น คณะนายกฯเดินทางไปยังลานวัฒนธรรมจำลอง หน้าโรงงานกระดาษ ต.บ้านเหนือ อ.เมืองกาญจนบุรี โดยนายกตู่สั่งรถตู้ เลขทะเบียน กน. 8888 กาญจนบุรี เพื่อพบปะและเยี่ยมชมกิจกรรมของกลุ่มภูมิเมืองกาญจน์ โดยมีนายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผวจ.กาญจนบุรี พลเอกองอาจ พงษ์ศักดิ์ สนช. พลตรีฐกัด หลอดศิริ ผบ.พล.ร.9 พลตรีวสุ เจียมสุข ผบ.มทบ.17 พล.ต.ต.ธนา ชูวงศ์ รรก.ผบช.ภ.7 พ.ต.อ.สุวิทย์ ชาวศรีทอง รรก.ผบก.ตร.ภ.จว.กาญจนบุรี นายรังสรรค์ รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ นายก อบจ.กาญจนบุรี นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ สนช. ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พร้อม นายจรัล ศศะมิตร ตัวแทนชาวบ้านที่อาศัยอยู่ที่โรงงานกระดาษ สมาชิกกลุ่มภูมิเมืองกาญจน์ ต้อนรับและพาชมกิจกรรมต่างๆ

เมื่อนายกฯ เดินทางถึงได้ตีกลองสะบัดชัย ขณะที่นายเนาวรัตน์ได้มอบหนังสือบทกลอน “เขียนแผ่นดิน” ที่ได้เขียนด้วยตัวเอง ช่วงเดินทางไปยังจังหวัดต่างๆ พร้อมเขียนข้อความลงบนหนังสือว่า “เขียนแผ่นดินแด่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วยความคารวะผู้ดูแลแผ่นดิน” และได้เซ็นชื่อ ส่วนนายจรัล ศศะมิตร ได้มอบภาพวาดการ์ตูน รูป ซุปเปอร์ตู่ เป็นภาพวาดขาวดำที่เป็นรูปนายกฯ แต่งชุดซุปเปอร์ฮีโร่ ที่กำลังจะขึ้นบิน ที่มีพนักงานโรงงานกระดาษล้อมรอบ โดยนายกฯ ได้ขอให้นายเนาวรัตน์เซ็นชื่อลงในภาพวาดให้ด้วยบอกไว้เป็นที่ระลึกด้วย นอกจากนี้ ทางกลุ่มได้เสนอแผนพัฒนาพื้นที่ลานนี้เป็นสวนสาธารณะ โดยภาครัฐ เอกชนและประชาชนร่วมกัน ซึ่งอยู่นอกเขตโบราณสถาน ขณะที่นายกฯ กล่าวว่า ตนเข้าใจ แต่เรื่องของขั้นตอน กติกา กฎหมายก่อน ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีสีหน้าชื่นชอบภาพดังกล่าวมาก

ขณะที่นายกฯ ได้เดินชมกิจกรรมพื้นบ้าน โดยได้ชิมขนมทองโย๊ะ จาก พรไพลิน รีสอร์ท จากอำเภอสังขละบุรี โดยนายกฯเรียก พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ มาชิม พร้อมกับพูดหยอกว่า “ให้เขาทดลองกินก่อน แต่ผมพูดเล่นนะ ผมไว้ใจทุกเรื่อง” พร้อมชมระบำชนไก่ และการแสดงของวงโยธวาทิตโรงเรียนวิสุทธรังษี จ.กาญจนบุรี

หลังจากนั้น นายกฯ เดินทางไปเต็นท์โดมใหญ่ที่มีประชาชนชาวกาญจนบุรี กว่า 5,000 คนรอรับ พร้อมมีนักการเมืองในพื้นที่ ประกอบด้วย พลเอกสมชาย วิษณุวงศ์ อดีต ส.ส.กาญจนบุรี เขต 1 ที่ลาออกจากพรรคเพื่อไทยแล้ว นายอัฏฐพล และนายอรรถวิทย์ โพธิพิพิธ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ลูกชายกำนันเซี้ย และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.หน้าใหม่ พล.ต.ต.กมลสันติ กลั่นบุศย์ อดีต ผบก.จ.กาญจนบุรี ได้ดูแผนผังโครงการพัฒนาพื้นที่ผสมผสานเพื่อการเรียนรู้โรงงานกระดาษ

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่นายกฯ กำลังชิมขนมทองโย๊ะ ได้เรียกพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ มาชิม พร้อมกับพูดหยอกว่า “ให้เขาทดลองกินก่อน แต่ผมพูดเล่นนะ ผมไว้ใจทุกเรื่อง” พร้อมชมระบำชนไก่ และการแสดงของวงโยธวาทิตโรงเรียนวิสุทธรังษี จ.กาญจนบุรี

ต่อจากนั้น คณะนายกฯเดินทางไปโดยรถรางจำลองขับเคลื่อนไปตามถนนปากแพรกเยี่ยมชมชุมชนปากแพรกและเดินทางต่อไปยังหอพระประวัติสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก วัดเทวสังฆาราม (วัดเหนือ) โดยคณะนายกรัฐมนตรีได้เข้าสักการะรูปเหมือนสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โดยมี ผู้นำชาวเรือชาวแพ ณ ศาลาเทียบเรือวัดเทวสังฆารามมาร่วมต้อนรับ รับฟังบรรยายสรุป และลงตรวจแพ ลงเรือยนต์ล่องจากท่าน้ำวัดเทวสังฆราม ขึ้นเรือท่องเที่ยวโดยสาร 2 ชั้น ล่องไปตามลำน้ำแควใหญ่ ไปที่บริเวณแม่น้ำสามสี จุดบรรจบแม่น้ำแควน้อยแควใหญ่เป็นแม่น้ำแม่กลอง ต่อจากนั้นในเวลา 14.10 น. เปิดโครงการ Green Army Green Farmer ที่มทบ.17 และเดินทางกลับ